ถนนอาถรรพ์คัมแบ็ก กลับยุค 80s กลิ่นคาวที่คุ้นเคย โอเค, แฟนๆ Fear Street ที่คิดถึงบรรยากาศหลอนๆ ของเมือง Shadyside เตรียมตัวให้พร้อม! หลังจากที่ไตรภาคแรกของ Netflix พาเราย้อนไปยุค 90s, 70s, และ 1666 จนอิ่มเอมใจไปแล้ว คราวนี้เราได้ตั๋วไปงานพรอมปี 1988 ในหนังภาคใหม่ที่เหมือนเป็น Spin-off / Standalone อย่าง “Fear Street: Prom Queen” ที่บอกเลยว่าขนกลิ่นอายของหนังฆาตกรไล่เชือด (Slasher) ยุค 80s มาแบบเต็มที่ แต่…จะจี๊ดจ๊าดถึงใจเหมือนที่ผ่านมาหรือเปล่า? มาดูกัน!
ย้อนยุค 80s ที่ไม่ใช่แค่ใส่เสื้อสีนีออน
สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของภาคนี้คือการกระโดดเข้าสู่ปี 1988! ยุคทองของทรงผมใหญ่ๆ, แฟชั่นสีสันจัดจ้าน, เพลง Synth-Pop ที่ชวนโยก และแน่นอน…หนัง Slasher ในตำนานเพียบ! “Prom Queen” พยายามอย่างหนักที่จะสร้างบรรยากาศเหล่านั้น ตั้งแต่เพลงประกอบที่คัดมาอย่างดี (ได้ยินเพลงยุค 80s ทีไรก็อินทุกที) ไปจนถึงฉากงานพรอมที่ประดับด้วยลูกบอลดิสโก้และไฟวับแวม
ตัวหนังโฟกัสไปที่กลุ่มนักเรียนตัวเต็งที่จะได้เป็น “Prom Queen” ของโรงเรียน Shadyside High โดยมี Lori Granger เด็กสาวที่พยายามจะกอบกู้ชื่อเสียงของครอบครัวที่แปดเปื้อนมานาน เข้าไปแข่งขันกับตัวแม่ประจำโรงเรียนอย่าง Tiffany Falconer ซึ่งแน่นอนว่าความบาดหมางของสาวๆ ก็เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดชนวนให้เกิดเรื่องสยองขึ้น เพราะเมื่อการแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนร่วมชะตากรรมคนอื่นๆ ก็เริ่ม “หายตัวไป” ทีละคน…ทีละคน

กลิ่นอาย “Slasher” ที่คุ้นเคย…แต่ไม่ค่อยว้าว
ถ้าคุณเป็นคอหนัง Slasher รุ่นเก่าที่คิดถึง “Prom Night” (1980) หรือ “Happy Birthday to Me” (1981) ภาคนี้เหมือนเป็นการทำความเคารพหนังเหล่านั้นเลยล่ะ! เราได้เห็นฆาตกรสวมหน้ากากลึกลับในชุดคลุมสีแดงออกไล่เชือดด้วยสารพัดอาวุธ ฉากไล่ล่าก็มีมาให้พอได้ลุ้น ซึ่งหนังพยายามใช้ ‘Practical Effects’ (เอฟเฟกต์ที่ทำจริง ไม่ใช้ CGI มากนัก) ในฉากฆ่า ทำให้เลือดและไส้ที่ทะลักออกมาดูสมจริงตามแบบหนังโหดในยุค 80s
แต่… จุดที่น่าเสียดายมากๆ คือ ตัวหนัง “Prom Queen” ดูจะขาดเสน่ห์และความหวือหวาที่ไตรภาคก่อนหน้าเคยทำไว้ หนังเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวละครเยอะมากจนเราจำแทบไม่หมด ทำให้เราไม่ทันได้รู้สึกผูกพันหรือเอาใจช่วยใครเป็นพิเศษ พอตัวละครเหล่านั้นต้องตายไป ก็เลยรู้สึกเฉยๆ แถมการสืบสวนหาตัวฆาตกรก็ดูจะง่ายเกินไปหน่อย ไม่มีปริศนาซับซ้อนให้ต้องมานั่งแกะรอยแบบสนุกๆ เหมือนตอนตามล่าแม่มด Sarah Fier เลย
แก่นเรื่องที่จางลง: แค่ฆ่าเพื่อมงกุฎ?
จุดแข็งของไตรภาค Fear Street คือการผูกโยงคำสาปของเมือง Shadyside เข้ากับประเด็นทางสังคมและเรื่องราวโศกนาฏกรรมข้ามศตวรรษ แต่ในภาค “Prom Queen” นี้ ตัวหนังเหมือนจะเน้นไปที่การเป็นหนัง Slasher แบบ “ฆ่าเพื่อความสะใจ” มากกว่า การผูกเรื่องเข้ากับตำนานคำสาปหลักของ Shadyside ก็ดูจะเบาบางลงมาก (แม้จะมีเฉลยที่เชื่อมโยงเรื่องราวได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว้าวหรือขยายจักรวาลอย่างที่ควรจะเป็น)
ตัวละครหลักอย่าง Lori และเพื่อนๆ ก็ยังขาดมิติที่น่าสนใจ ทำให้ความตึงเครียดของเรื่องดูจืดจางลงไปมาก การต่อสู้เพื่อมงกุฎพรอมควีนของพวกเขากลายเป็นแค่ ‘กิมมิก’ ที่ใช้เป็นข้ออ้างในการฆ่าเท่านั้นเอง ไม่ได้ลงลึกถึงความหมายหรือผลกระทบที่ซ่อนอยู่ในความชั่วร้ายของเมือง Shadyside เท่าที่ควร
สรุปแล้ว…น่าดูมั้ย?
ถ้าคุณแค่ต้องการหนังไล่เชือดสนุกๆ ดูง่ายๆ ได้ย้อนบรรยากาศยุค 80s ฟังเพลงเพราะๆ พร้อมฉากเลือดสาดแบบคลาสสิก ถนนอาถรรพ์: ราชินีงานพรอม ก็ถือว่าดูได้เพลินๆ จบในตอน ไม่ต้องคิดเยอะแต่! ถ้าคุณคาดหวังความยอดเยี่ยมระดับเดียวกับไตรภาคหลัก หรือต้องการเห็นการต่อยอดตำนานคำสาปที่เข้มข้นขึ้น หนังภาคนี้อาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนกินแฮมเบอร์เกอร์อุ่นๆ ที่ยังไม่ถึงกับอร่อยว้าว…แต่ก็ยังพอกินได้Verdict: เป็นภาคแยกที่มาในคอนเซ็ปต์สุดคลาสสิก แต่ทำได้แค่ ‘พอใช้’ เท่านั้น ไม่ได้เป็น ‘ราชินี’ ของแฟรนไชส์ แต่ก็เป็นอีกรสชาติในถนนอาถรรพ์ที่ยังพอดูแก้ขัดได้อยู่ดี! (ให้คะแนน 6/10)




