สำหรับเกม Battle Royale แล้ว Story หรือเนื้อเรื่องอาจไม่ใช่หัวใจหลัก แต่ NARAKA Bladepoint ได้สร้างเนื้อเรื่องของตัวเองขึ้นมา เพื่อช่วยในการเล่าเรื่องและความอินให้กับผู้เล่น ตัวเกมกล่าวถึงหมู่เกาะแห่งปัญญา (Isle of Morus) ซึ่งเคยเป็นสถานที่ดวลเดือดของเหล่าเทพเจ้าโบราณ และเทพหลายองค์ได้ตกตายอยู่ที่นี่ นับตั้งแต่นั้นมา หมู่เกาะแห่งปัญญานี้คือกลายเปนสถานที่ที่ลึกลับและอันตรายเป็oอย่างมากหมู่เกาะแห่งปัญญานี้ มีดอกไม้อมตะ (Immortal Flower) ที่นานทีปีหนมันจะผลิบานขึ้นมา รวมไปถึงหน้ากากแห่งความเป็นอมตะ (Mask of Immortality) ซึ่งส่งผลให้มันดึงดูดเอาเหล่ายอดยุทธ์ผู้แกร่งกล้าให้มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อครอบครองสิ่งของในตำนานทั้งสองชิ้น และหมู่เกาะแห่งปัญญาก็เตรียมลุกโชนไปด้วยไฟสงครามอีกครั้ง เนื้อเรื่องนี้ถูกเล่าผ่านช่วง Cinematic ตอนเริ่มเกมเพียง 1 นาทีกว่า ๆ เท่านั้น และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของตัวเกมแต่อย่างใด NARAKA Bladepoint เป็นเกม Battle Royale ที่เราจะต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากผู้เล่นกลุ่มอื่น ดังนั้นเราจะพาเข้าไปดูในส่วนของเกมเพลย์กันเลยว่ามันมีอะไรที่แตกต่างจาก Battle Royale ทั่วไป ตามปกติแล้ว เกม Battle Royale ส่วนมากจะเป็นการต่อสู้กันด้วยอาวุธระยะไกลอย่างปืน แต่เราน่าจะได้เห็นหลายค่าย หลายทีมผู้พัฒนาที่พยายามสร้างเกม Battle Royale ระยะประชิดกันมามากแล้ว แต่ก็มีไม่กี่เกมที่ประสบความสำเร็จ แต่ NARAKA Bladepoint Battle Royale นั้น มีจุดที่น่าสนใจอยู่มากมาย
ภายในเกมยังมีหน่วยเงินที่เราสามารถนำไปซื้อของได้ เช่นซื้อกระเป๋าขยายช่องเก็บของ และกระเป๋าเก็บอาวุธได้ ทำให้เราพกอาวุธติดตัวได้มากขึ้นตัวละครในเกมนี้ ในช่วง Playtest นั้นจะมีทั้งหมด 6 ตัว และแต่ละตัวจะมีหน้าที่และสกิลที่แตกต่างกันไป ใน 1 ตัวละครจะมีสกิล 2 สกิล นั่นคือสกิลแบบกดใช้ และสกิลไม้ตาย ยกตัวอย่างเช่น Viper Ning ตัวละครที่เป็นสัญลักษณ์ของเกมก็จะสามารถทำให้คู่ต่อสู้ใช้ยาฟื้นพลังได้ผลน้อยลงและมีไม้ตายเป็นการตรึงศัตรูให้อยู่กับที่ แต่ระหว่างใช้งานสกิล เราก็ไม่สามารถใช้อาวุธได้ด้วยเช่นกัน การออกแบบสกิลตัวละครของเกมนี้จะไปคล้ายกับ Apex Legends ที่ทำให้การเล่นคนเดียวเป็นเรื่องลำบากพอสมควรการต่อสู้ของเกมนี้จะเน้นไปที่ศึกระยะประชิดมากกว่า เพราะสกิลของแต่ละตัวละครก็เอื้อประโยชน์ให้เน้นต่อสู้กันในระยะประชิด ส่วนอาวุธระยะไกลต้องใช้ทักษะพอสมควร เพราะ Movement ของเหล่าจอมยุทธ์ในเกมที่รวดเร็วและว่องไว การเล็งอาวุธระยะไกลและยิงให้โดนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมนี้มีระบบปีนป่ายแบบไร้ขีดจำกัด นั่นคือเราสามารถปีนป่ายได้ทุกที่ตั้งแต่ภูเขา อาคารบ้านเรือน หรือตึกสูงแค่ไหนก็ปีนได้ แถมไม่ถูกจำกัดด้วยระบบ Stamina แต่อย่างใด ทำให้เกมนี้มีความอิสระในการเล่นโลดโผนสูงมาก และยังสามารถเก็บ Grappling Hook มาใช้ได้ ใครคิดจะเล่นอาวุธระยะไกลในเกมนี้ ต้องมีฝีมือพอตัวเลย
สรุปก็คือ NARAKA Bladepoint เป็น เกมต่อสู้ ในระยะประชิด แถมไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ภูมิประเทศของเกม และเรายังสามารถประยุกต์เกมเพลย์การเล่นให้เข้ากับภูมิประเทศได้ด้วยระบบปีนป่ายและ Grappling Hook เป็น Battle Royale ที่โลดโผนและรวดเร็วมาก ๆ แน่นอนว่าการจะทำให้เกมออกมาดี เซิร์ฟเวอร์เองต้องดีพอที่จะทำให้การต่อสู้ไม่หน่วงหรือดีเลย์ เพราะเน้นการสู้ระยะประชิด ซึ่งทางตัวเกมก็มีเซิร์ฟเวอร์เอเชียมารองรับด้วย ทำให้การเล่นค่อนข้างลื่นไหลอาวุธทุกประเภทในเกมนี้จะมีค่าความทนทานของมันอยู่ ซึ่งจะแสดงให้เห็นชัดเจนอยู่ที่มุมขวาล่าง มันจะทำหน้าที่คล้าย ๆ กับการบอกจำนวนกระสุนในเกมอื่น ๆ ซึ่งถ้าเราใช้ไปเรื่อย ๆ แล้วพัง แล้วไม่มีอาวุธศำรองในกระเป๋าอาวุธ เราจะกลายเป็นนักต่อสู้มือเปล่าทันที วิธีการซ่อมแซมอาวุธ คือต้องเก็บไอเทมที่ชื่อ Weapon Chest วิธีการซ่อมอาวุธก็ง่าย ๆ เพียงแค่กด R ตัวละครก็จะทำการซ่อมอาวุธให้เรียบร้อย และนี่คือเหตุผลที่เราควรขยายกระเป๋าเก็บอาวุธด้วย จะได้พกอาวุธติดตัวได้เยอะ ๆ หากมีปัญหา หรือพังระหว่างสู้ขึ้นมา จะได้มีอาวุธสำรองใช้ โดยเราสามารถขยายช่องเก็บอาวุธได้สูงสุดถึง 4 ช่อง นั่นคือเราสามารถพกอาวุธติดตัวไว้ได้สูงสุดถึง 6 ชิ้นด้วยกัน จะถืออาวุธอะไรก็แล้วแต่ผู้เล่นเลยว่า ถนัดอาวุธประเภทไหนเป็นอีกหนึ่ง




