รีวิวเกม Atelier Yumia The Alchemist of Memories & the Envisioned Land
Atelier Series ซีรีส์สาวปรุงยาที่อยู่คู่กับแฟนเกมมาเป็นเวลาช้านาน จะย้อนกลับไปเริ่มเล่นตอนนี้ก็น่าจะงงกันหนักเลยทีเดียว เพราะมีหลายภาค หลายชุดมาก แต่ข่าวดีก็คือ หากคุณสนใจจริง ๆ จะมาเริ่มต้นกันที่ภาคนี้เลยก็ได้ เพราะนี่คือภาคใหม่ล่าสุด ที่เล่าเรื่องราวของโลกใบใหม่ ตัวละครใหม่ นับหนึ่งไปพร้อมกัน ขอเชิญพบกับ Atelier Yumia: The Alchemist of Memories & the Envisioned Land
เนื้อเรื่องของภาคนี้จะเล่าถึงตัวละครหลักอย่าง Yumia Liessfeldt นักเล่นแร่แปรธาตุที่เข้าร่วมคณะสำรวจ เพื่อช่วยเหลือในการออกสำรวจดินแดน Aladiss ที่ล่มสลาย อาณาจักร Aladiss ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองถึงขีดสุด แต่อยู่ดี ๆ ก็ล่มสลายในพริบตา ว่ากันว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภัยพิบัตินี้ คือการเล่นแร่แปรธาตุ ทำให้ผู้ใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุนั้น แม้จะไม่ถูกจับตายหรือโดนโทษประหาร แต่ใครที่ใช้มันก็จะถูกเหยียดหยามดูถูกอย่างมาก Yumia เองที่เป็นผู้ใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุที่สืบสายเลือดมาจากตระกูล และยังได้เข้าร่วมทีมสำรวจอาณาจักร Aladiss ด้วย ทำให้ถูกจับตามองและเฝ้าระวัง เพื่อพิสูจน์ว่าวิชาเล่นแร่แปรธาตุที่แม่เธอสอนมาให้นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย และเพื่อตามหาเรื่องราวเบื้องหลังครอบครัวของเธอ รวมไปถึงค้นหาต้นตอที่เกิดขึ้นกับอาณาจักร Aladiss ด้วยว่า สรุปแล้ว มันล่มสลายลงเพราะวิชาเล่นแร่แปรธาตุจริงหรือไม่ การเดินทางของ Yumia และคณะสำรวจจึงเริ่มต้นขึ้น ด้วยความที่เล่าเรื่องใหม่ ตัวละครใหม่ สถานที่ใหม่ ดังนั้นผู้เล่นแทบไม่ต้องทำการบ้านใด ๆ จากภาคก่อนมาเลย แต่สิ่งสำคัญที่ผมอยากแนะนำคือ การไปหาอ่านรายละเอียดและ Lore จากหน้าเว็บไซต์ Official ของตัวเกม จะได้ไม่งงคำศัพท์หรือเหตุการณ์ในช่วงต้น เพราะมันแทบไม่บอกอะไรเราเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นในดินแดน Aladiss คือมันเล่าแน่นอน ถ้าคุณอ่านจนครบ แต่มันตกหล่นได้ง่ายมาก ๆ ถ้าให้แนะนำก็อ่านพวกคำโปรยหรือเรื่องย่อจากหน้า Official เอาก็เพียงพอแล้ว แต่ส่วนใหญ่การดำเนินเรื่องของเกมนี้ มันก็ยังคงตามขนบธรรมเนียมเดิมของความเป็นเกมญี่ปุ่น คือทุกอย่างจะดูเรียบง่าย เป็นเส้นตรงไปซะหมด บทสนทนาที่ไม่ได้เข้าใจยากหรือซับซ้อนอะไร และสอดแทรกด้วยปมของเหล่าตัวละครร่วมทาง ฉากคัทซีนสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่น และการที่เกมเปิดโอกาสให้เราเข้าไปพูดคุย สอบถาม หรือเผชิญหน้ากันร่วมไปกับเส้นเรื่องหลักด้วยก็มี และด้วยความที่กลุ่มตัวละครหลักมันมีอายุไล่ ๆ กัน เราจะได้เห็นฉากที่ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ จากคนแปลกหน้าไปสู่เพื่อนสนิท ตรงนี้ผมว่าเขาเล่าเรื่องได้ค่อนข้างดี และน่าติดตามมาก
แต่ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าบางช่วง บางจุดมันแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน เช่นการปรากฎตัวของบางตัวละครที่สูตรสำเร็จแบบสุด ๆ รวมไปถึงอยู่ดี ๆ ก็มีการเทคแคร์ เป็นห่วงเป็นใยกันขึ้นมา ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากัน ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องปกติของพล็อตแนว ๆ นี้จากญี่ปุ่นอยู่แล้ว ดังนั้นจะไปมองหรือตัดสินว่ามันเป็นข้อเสียก็คงไม่ได้เช่นกัน เพราะมันก็มีบางตัวที่เล่าเรื่องได้ดี และสนุกมาก เหมือนดูอนิเมะสักเรื่องที่ไม่ได้เข้าใจยากอะไร จุดที่ Atelier Yumia ทำได้ค่อนข้างดี คือการไล่สเกลเนื้อเรื่องจากความพยายามในการพิสูจน์ตัวเองของ Yumia ที่แสดงออกมาทั้งการกระทำ คำพูด รวมไปถึงแอนิเมชันตัวละคร ที่ทำให้เราเอาใจช่วยไปตลอดรอดฝั่ง ว่าเธอจะได้รับการยอมรับเสียที ไปจนถึงการค่อย ๆ มีเพื่อน เปิดใจยอมรับ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง ผสมกลิ่นอายของความเป็น Coming of Age เล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ ทำให้แม้มันจะเป็นสูตรสำเร็จ แต่ระหว่างทางก็ยังคงสวยงาม และคุ้มค่ากับการเดินทางตลอดทั้งเกม นอกจากนั้นเกมนี้ยังมีเนื้อหาค่อนข้างยาวใช้ได้ เอาแค่กลุ่มตัวละครที่เราเห็นบนปกเกมหรือตัวอย่างเกม กว่าจะรวมตัวกันครบทีมก็ใช้เวลาเกิน 10 ชั่วโมงไปแล้ว ดังนั้นใครชอบเกมที่มีความยาวมากกว่าเกมทั่วไปก็อาจจะติดอยู่กับเกมนี้ได้นานมาก แต่จะชอบหรือไม่ชอบ นั่นคือสิ่งที่ผู้เล่นอาจจะต้องตัดสินกันเอาเอง




