รีวิวเกม Assassin’s Creed Shadows
รีวิวเกม Assassin’s Creed Shadows จะเล่าเรื่องราวในช่วงปี 1579 ปลายยุคสมัยเซนโกคุที่ถือเป็นยุคสมัยแห่งความโกลาหล จนการมาของชายชื่อโอดะ โนบุนากะ ที่ต้องการรวมแผ่นดินญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียว ทำให้เขาเปิดฉากทำการสู้รบกับไดเมียวแคว้นต่าง ๆ ในขณะเดียวกันคณะเยสุอิตที่นำโดย Alessandro Valignano ที่มีชายผิวดำตามมาด้วยในฐานะผู้ติดตาม คณะเยสุอิตขอเข้าพบโนบุนากะเพื่อขอเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่นอย่างอิสระ โนบุนากะตอบตกลงแต่มีเงื่อนไขคือ เขาต้องการรับตัวชายผิวดำคนนี้ไปไว้แทนเพราะสนใจในสัญชาตญาณนักรบในตัวเขา นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของชายที่เป็นที่รู้จักในประวัติศาสตร์ภายหลังว่า Yasuke อีกด้านหนึ่ง กองทัพของชาว Iga) ที่ต่อต้านการรุกรานของทัพโนบุนากะ หนึ่งในนั้นมี Naoeเธอต้องการพิสูจน์ตนเอง รวมไปถึงช่วยเหลือกองกำลัง โดยไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่หายนะ แต่โชคชะตาได้พาเธอไปพบกับ Yasuke ในภายหลัง ด้านตัวละครอย่าง Yasuke ข้อมูลตามเน็ตที่คุณหาอ่านได้จริง ก็จะถูกบอกเล่าในเกมเกือบทั้งหมด และมีการเขียนเรื่องราวของเขาเพิ่มขึ้น สำหรับ Assassin’s Creed ภาคนี้ก็ยังคงเป็นเกม Action RPG Open World ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตาให้เราไปสำรวจกันอยู่ดี อ้างอิงจากปากคำของผู้พัฒนา ขนาดของแผนที่ในภาคนี้จะไม่ได้ใหญ่เวอร์แบบ Odysseys Canon Mode มีข้อเสียนิดหน่อยตรงที่ บางฉากเหมือนชัดเจนเลยว่า มันทำมาเพื่อให้เราเลือกคำถามหรือคำตอบได้ มันจะมีบางฉากที่เราสะดุดนิด ๆ หรือรู้สึกว่ามันถูกข้ามบ่อย ๆ แต่จะมีความใหญ่ประมาณภาค Origins ซึ่งถือเป็นภาคที่ผมเล่นแล้วติดพันที่สุดในจำนวน Assassin’s Creed ภาคหลัง ๆ มานี้ แต่ในด้านของ Pacing Gameplay ในภาคหลังๆมานี้
โดยเริ่มจากระบบ RPG แม้แฟน ๆ Canon Mode มีข้อเสียนิดหน่อยตรงที่ บางฉากเหมือนชัดเจนเลยว่า มันทำมาเพื่อให้เราเลือกคำถามหรือคำตอบได้ มันจะมีบางฉากที่เราสะดุดนิด ๆ หรือรู้สึกว่ามันถูกข้ามบ่อย ๆ ที่เล่นมาตั้งแต่ภาคคลาสสิกหลายคนอาจจะไม่ชอบ แต่ภาคนี้เขาลดความยุ่งยากของมันลง จำนวนอุปกรณ์ที่เราสวมใส่ได้จะมี 5 ชิ้นเท่านั้น แบ่งเป็นอาวุธหลักและอาวุธรอง ชุดเกราะ ส่วนหัว และเครื่องประดับ และค่าสเตตัสของไอเทมแต่ละชิ้นจะทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ตอนนี้ไอเทมแต่ละชิ้นจะมีออปชันหลักคล้าย ๆ กัน อย่างอาวุธจะมี Weapon DPS ความเสียหายพื้นฐานจากตัวอาวุธเอง Posture DPS อันนี้จะอยู่ในอาวุธประชิดทั้งหลาย เป็นความเสียหายเมื่อทำการชาร์จโจมตีหรือโจมตีหนัก แต่เมื่อเป็นอาวุธระยะไกล ส่วนนี้จะเป็น Headshot Damage อันที่สามคือ Ability Damage ความเสียหายจากการใช้ทักษะหรือสกิล และสุดท้าย ออปชันที่ 4 จะแล้วแต่อาวุธ อาจเป็นทั้งโจมตีแล้วสร้างสถานะ โจมตีศัตรูที่ถูก Parry แรงขึ้น ส่วนพวกชุด หรือชุดส่วนหัวก็จะมีทั้งเพิ่มเลือด เพิ่มโอกาส Critical เพื่อ Damage เวลา Critical เป็นต้น ของทั้งหมดในเกมจะมีเกรดคล้าย ๆ ภาค Odyssey คือ ของเทา ของเขียว ของฟ้า ของม่วง และของทอง ซึ่งของทองหรือระดับ Legendary จะมีชิ้นเดียวในเกม พวก Perk สำหรับฟีเจอร์ Accessibility หรือเซ็ตติ้งต่าง ๆ ในการเข้าถึงตัวเกมใน Assassin’s Creed Shadowsก็จะมีความเฉพาะตัวทำให้ต้องปรับวิธีการเล่น ส่วนของม่วงหรือของ Epic ก็อาจจะมีชิ้นที่มีสถานะบางอย่างถูกบูสจนสูงกว่าของทองเสียอีก ซึ่งของม่วงที่มีบูสสถานะที่ถูกบูสจะถูกเขียนด้วยสีทอง อุปกรณ์สวมใส่จะแยกกันทั้งสองตัวละครโดยมีสัญลักษณ์ขึ้นอยู่ที่มุมขวาบน นอกจากนั้นไอเทมที่มีช่องใส่ออปชันเสริม
โดยภายในเกมระบบอุปกรณ์สวมใส่จึงถือเป็นหนึ่งในระบบที่เชิญชวนให้เราออกสำรวจ เพื่อหาของดี ๆ มาใส่ เนื่องจากภาคนี้จะยังคงเหมือนกับภาค Odysseys คือทุกพื้นที่ ทุกศัตรูจะ Generate เลเวลตามเราขึ้นมา แต่จะไม่ใช่ตามจี้ติด ๆ ขนาดนั้น อย่างพื้นที่แรกของเกม เมื่อเราเลเวลสูงขึ้น มันก็จะมีเลเวลตามหลังเราอยู่ที่ประมาณ 2-3 เลเวล และภาคนี้ไม่มีระบบปิดการ Generate เหมือนภาค Odysseys ทำให้ทุกครั้งที่เรากลับมาที่เดิม ก็ยังคงต้องระมัดระวังการเจอศัตรู สำ สำหรับฟีเจอร์ Accessibility หรือเซ็ตติ้งต่าง ๆ ในการเข้าถึงตัวเกมใน Assassin’s Creed Shadows ก็ยังคงมีมากมายเหมือนเดิม อย่างแรกคือเรื่อง Difficult Tuning หรือระดับความยากที่ผู้เล่นเลือกปรับได้อิสระ จะเอาเกมเพลย์ต่อสู้ง่าย ๆ เอาลอบเร้นยาก ๆ ก็ทำได้ Guaranteed Assassin สามารถเปิด-ปิดได้เลย หากคุณชอบหรือไม่ชอบ RPG มี Area Loot ลูทของทุกอย่างได้ในปุ่มเดียว อันนี้ผมชอบมาก สำหรับคนขี้เกียจกดย้ำ ๆ เพราะไอเทมลูทในเกมนี้มันเยอะโดยเฉพาะในแคมป์ Outpost Interface สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียด ขนาดตัวอักษร สีตัวอักษร ขนาดหน้าจอ HUD และเรายังสามารถปรับการตั้งค่าการควบคุมด้วยเมาส์หรือคีย์บอร์ดแยกกันแบบเฉพาะได้อีกด้วย อย่างผมถนัดการเล่นเมาส์คีย์บอร์ดมากกว่า ก็สามารถปรับปุ่มให้มันเข้ามือได้แบบสบาย ๆ ขอบอกเลยว่าภาคนี้จะเล่นด้วยจอย หรือเมาส์คีย์บอร์ดก็ดีทั้งคู่ โดยรวมแล้ว ในด้านของ Accessibility เกมของค่าย Ubisoft ก็ยังคงยืนหนึ่งและทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี เป็นอะไรที่ไม่ต้องกังขากันมากในส่วนนี้ค่ะ




