The Monkey จ๋อจัดตาย นี่คือหนังเขย่าขวัญที่ได้ชื่อว่าเป็นการผนึกกำลังของ 3 ตัวพ่อตัวท็อปในการละเลงคอนเทนท์สยองได้อยู่หมัด ประกอบด้วย เจมส์ วาน นักสร้างหนังผีมือฉมัง ร่วมด้วย สตีเฟน คิง ตัวแม่มือเขียนเรื่องสยอง และ ออสกูด เพอร์กินส์ ผู้กำกับความสยองที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ การรวมพลังของพวกเขากลายออกมาเป็น The Monkey จ๋อจัดตาย มหรสพสยองที่ชวนจ้ำจี้ให้คนดูได้ขบขันอย่างมีอรรถรสดีแท้เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากตุ๊กตาลิงไขลาน ที่พี่น้องฝาแฝด บิล และ ฮาล บังเอิญพบในกองของเล่นเก่าของพ่อในห้องใต้หลังคา พวกเขาไม่รู้เลยว่าการแกะกล่องปริศนาและไขลานตุ๊กตาในครั้งนั้นจะทำให้ทั้งเมืองเกิดความฉิบหายจนผู้คนต้องหนีตายภายใต้สถานการณ์สุดวายป่วง หนังเรื่องนี้หยิบเอาเรื่องสั้นชวนพิศวงปนสยองของ สตีเฟน คิง มาทำการละเลงสร้าง โดยที่ได้ เจมส์ วาน รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการดูแลโทนความบันเทิงสยองครั้งนี้ จากฝีมือการสร้างสรรค์ของ ออสกูด เพอร์กินส์ ผู้กำกับหนุ่มที่ไอเดียกำลังลุกโชนในยุคนี้ รับหน้าที่กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยลีลาและสไตล์ที่ต้องเป็นเขาเท่านั้น ถึงสามารถจะกลั่นกรองออกมาได้ถึงแก่นถึงกึ๋นขนาดนี้ต้องบอกเลยว่าผลงานชิ้นนี้ของออสกูด น่าจะอยู่คนละขั้วกับหนังสยองเข้มข้นเมื่อปีที่แล้วของเขา อย่าง Longlegs อย่างสิ้นเชิงสุด ๆ เพราะนี่คือความสยองที่ปะปนไปด้วยความหรรษา บียอนด์คำว่าจินตนาการออกไปอีก แต่ยังจัดจ้านในความสุดโต่งที่ใส่เข้ามาในลักษณะหยิกแกมหยอกได้เป็นอรรถรสที่คู่ควรได้
เติมเต็มอารมณ์ให้กับผู้ชมได้อย่างถึงเครื่องเอาจริง ๆ บทหนังของ The Monkey เรื่องนี้จะให้มองเป็นความอิหยังวะ มันก็อาจจะได้อยู่หรอก เพราะทุกซอกทุกมุมของหนังเรื่องนี้ คุณจะต้องไม่เอาตัวไปยืนเป็นบรรทัดฐานแห่งความสมเหตุสมผลใด ๆ เลยทั้งสิ้น ปล่อยจอยปล่อยเพลินไปกับคอนเทนท์ความสยองไปเรื่อย ๆ ในเรื่องนี้ และเป็นอีกเรื่องที่ยิ่งรู้น้อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะดูสนุกมากยิ่งขึ้นเท่านั้นและออสกูดก็สามารถรังสรรค์คอนเทนท์สยองในอีกรูปแบบของเขาได้อย่างมีกึ๋น ทำให้เห็นว่าจะเป็นโหมดจริงจังเขาก็ทำได้ จะปรับมาเป็นโทนคารมขบขันจิกกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาก็ยังทำออกมาได้ดีเช่นกัน ถือว่าเป็นบทหนังที่ประหลาดดีแต่ทว่าเล่าออกมาได้สนุกแบบหน้าตาย ขณะที่งานกำกับของเขาก็ดีตามมาตรฐานของออสกูดเลย เหมือนเขาอัดอั้นมาจากผลงานเรื่องก่อนที่เน้นความขึงขัง เลยมาปล่อยจอยใส่ไม่ยั้งกับงานชิ้นนี้ กลายเป็นชั่วโมงครึ่งที่คนดูคาดเดาอะไรไม่ถูกเลย โปรดักชันงานสร้างใน The Monkey ดูจากฟีลแล้วก็น่าจะใช้ทีมงานผู้สร้างชุดเดียวกันในบางส่วน โทนของหนังยังออกมาละหม้ายคล้ายคลึงกัน แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะว่ามีกลิ่นความย้อนยุคในหนังอยู่นิด ๆ ที่องค์ประกอบโปรดักชันดีไซน์ก็ทำได้น่าพอใจ พร้อมกับได้มือตัดต่อหนังคู่เดิม อย่าง เกร็ก งึง และ กราแฮม ฟอร์ติน ยิ่งทำให้จังหวะของหนังเรื่องนี้ไหลลื่นควบคู่ไปกับการเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย
ในพาร์ทการแสดงก็ต้องบอกเลยว่าไม่ผิดหวัง ธีโอ เจมส์ กลายเป็นดาราหนุ่มที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขารับมือกับทุกบทบาทได้อย่างหลากหลายจริง ๆ แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่เชิงแบกรับเอาไว้คนเดียวทั้งเรื่อง แต่ยังมีดาราเด็ก คริสเตียน คอนเวอรี่ ที่รับบทเป็นตัวละครเดียวกันกับเขาในวัยเด็ก มาช่วยกันประคับประคองร้อยเรื่องการแสดงไปกับเรื่องราวของหนังได้อย่างออกรสชาติ และมันก็ทำให้มีความโบ๊ะบ๊ะในจังหวะที่กำลังพอดีด้วย ทีมนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ อาจจะไม่ได้มีซีนอะไรเยอะมากนัก เหมือนกับมาเป็นส่วนเสริมที่สำคัญของหนังเรื่อง แต่พวกเขาก็รับมือกับทบาทของตัวเองได้หมดจด ไม่ว่าจะเป็น ทาเทียนา มาสลานีย์ คอลิน โอไบรอัน หรือ โรฮาน แคมป์เบลล์ นับว่าเป็นองค์ประกอบเสริมทางการแสดงที่ช่วยเติมมิติให้กับหนังได้ยิ่งขึ้นไปด้วย ดังนั้นในภาพรวมแล้ว The Monkey จ๋อจัดตาย ค่อนข้างตอบโจทย์และลงตัวในแง่คอนเทนท์ความสยองที่ดีอีกเรื่องหนึ่ง เพราะโทนหลักของหนังก็มักจะตอกย้ำเสมอ ๆ ในธีมที่ว่า “ยังไงทุกคนก็ต้องตายสักวัน” แต่ก็สามารถขยี้ธีมนี้ออกมาได้อย่างเต็มอรรถรสและบันเทิงเลือดสาดอย่างคาดไม่ถึง แม้ว่ามันจะให้ความรู้สึกคล้ายกับตำนาน Final Destination บางหน่อย ๆ แต่สีสันรวม ๆ ก็ค่อนข้างออกมาได้กลมกล่อมในรูปแบบการแทะโลมจิกกัดตัวเองได้อย่างออกรสชาติ นับว่าเป็นหนังที่ทำได้ถึงกึ๋นและถึงใจคนดูได้ในระดับน่าพอใจเลย




