รีวิวหนัง “28 Years Later 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน” การกลับมาจุติเชื้อไฟเฟรนไชส์ในตำนาน
หนึ่งในเฟรนไชส์ในตำนานที่กลับมาสานต่อเรื่องราวระทึกขวัญในปีนี้ก็คือ “28 Years Later 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน” หนังไซไฟซอมบี้สัญชาติอังกฤษที่เคยสร้างปรากฏการณ์ในยุค 2000s และวันนี้ก็ถึงเวลาปัดฝุ่น เปิดโลกใหม่ให้กับหนังชุดนี้อีกครั้ง ด้วยไทม์ไลน์ที่เลื่อนไปข้างหน้าเป็นเวลากว่าสามทศวรรษ
เรื่องย่อ
หลังจากเชื้อไวรัสร้ายแรงหลุดออกมาจากห้องทดลองเกือบ 30 ปี โลกใบนี้ก็ยังเต็มไปด้วยอันตราย แม้จะมีการกักกันเข้มงวดและผู้คนจำนวนมากต้องเอาตัวรอดท่ามกลางเหล่าผู้ติดเชื้อ กลุ่มผู้รอดชีวิตบางกลุ่มอาศัยอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ที่มีสะพานเชื่อมต่อแผ่นดินใหญ่เพียงแห่งเดียว วันหนึ่ง หนึ่งในสมาชิกกลุ่มตัดสินใจออกไปปฏิบัติภารกิจในแผ่นดินใหญ่ แล้วได้ค้นพบทั้งความลับ มหัศจรรย์ และความสยองขวัญ ที่เปลี่ยนไม่เพียงแค่ผู้ติดเชื้อ แต่รวมถึงผู้รอดชีวิตด้วย
เส้นทางของเฟรนไชส์
หลายคนรอคอยการกลับมาของหนังชุดนี้ ตั้งแต่ภาคแรก และ ที่ตามมาในอีก 5 ปีต่อมา แม้เคยมีแผนจะสร้าง Months Later แต่ก็ล้มเลิกไป จนกระทั่ง Sony Pictures เข้ามาชุบชีวิตเฟรนไชส์นี้ในที่สุด
ทีมผู้สร้างและความน่าสนใจ
หนังภาคนี้ยังคงได้ “แดนนี บอยล์” ผู้กำกับคนเดิม กลับมาสร้างบรรยากาศเฉพาะตัว และ “อเล็กซ์ การ์แลนด์” ที่เคยเป็นนักเขียนบทให้กับภาคแรก กลับมาช่วยสานต่อเรื่องราวในภาคนี้ ผลลัพธ์คือหนังที่ยังคงความเป็นต้นฉบับ และพัฒนาเรื่องราวให้ทันยุคทันสมัย งานกำกับยังคงโดดเด่น มีทั้งความระทึก ดราม่า และความดิบที่เป็นเอกลักษณ์ บทภาพยนตร์ของอเล็กซ์ การ์แลนด์ ก็ขยายจักรวาลซอมบี้อังกฤษให้กว้างขึ้น แม้ภาคนี้จะรู้สึกเหมือนเป็นการปูทางสำหรับภาคต่อมากกว่าการลงรายละเอียดในทุกจุด แต่ก็วางรากฐานแน่นหนาให้เรื่องราวใหม่ ๆ ตามมาในอนาคต โดยมีประเด็นการเมืองอย่าง Brexit แทรกอยู่แบบเบา ๆ เพิ่มมิติให้กับเรื่อง
จุดเด่นและข้อสังเกต
ต้องยอมรับว่าภาคนี้ยังให้ความสำคัญกับการปูทางมากกว่าการเจาะลึกตัวละคร ทำให้มิติของแต่ละตัวละครยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยพลังทางอารมณ์ งานสร้างและโปรดักชันโดดเด่น โดยเฉพาะงานภาพของ “แอนโทนี ด็อด แมนเทิล” ที่กลับมาถ่ายทอดบรรยากาศสุดหลอน และเพลงประกอบจากวง Young Fathers ที่ช่วยสร้างความระทึกได้เป็นอย่างดี ด้านนักแสดง แม้จะมีซุปตาร์อย่าง “แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน”, “โจดี คอเมอร์” และ “เรล์ฟ ไฟนส์” แต่มิติของบทบาทยังไม่ลึกมากนัก กลับกลายเป็น “แอลฟี วิลเลียมส์” ดาราเด็กที่โดดเด่นเกินคาด รับบทบาทหลักได้อย่างน่าประทับใจ และน่าจะเป็นตัวละครสำคัญในภาคต่อ ๆ ไป
สรุป
การสานต่อลมหายใจให้กับหนังซอมบี้อังกฤษในตำนานอีกครั้ง แม้งานเล่าเรื่องจะยังค้างคาและปูทางไว้เพื่อภาคต่อ แต่งานสร้างและบรรยากาศยังคงมาตรฐานไว้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับแฟนหนังชุดนี้ ถือเป็นการเติมเชื้อไฟเดิมให้คุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง และเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นรอชมบทต่อไปในจักรวาลซอมบี้นี้แน่นอน




